แบดมินตันไทย พร้อมลุย 2 ศึกใหญ่ ซีเกมส์ และเอเชียนเกมส์ แคมป์ซ้อมมาตรการเข้ม ตรวจโควิดนักกีฬาสัปดาห์ละ 2 ครั้ง

แบดมินตันไทย ประกาศความพร้อมลุย 2 ศึกใหญ่ ซีเกมส์ ครั้งที่ 31 เดือนพฤษภาคม ที่ประเทศเวียดนาม และ เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 เดือนกันยายน ที่ประเทศจีน โดยภายในแคมป์ฝึกซ้อมวางมาตรการเข้ม ตรวจโควิดนักกีฬาสัปดาห์ละ 2 ครั้ง และห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาภายในแคมป์เด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของนักกีฬา และเจ้าหน้าที่ทุกคน

 

ความเคลื่อนไหวของนักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทย ชุดเตรียมเข้าร่วม 2 มหกรรมกีฬาใหญ่ การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ระหว่างวันที่ 12-23 พฤษภาคม 2565 ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม และ การแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 19 ระหว่างวันที่ 10-25 กันยายน 2565 ที่เมืองหางโจว ประเทศจีน

ล่าสุด คณะการกีฬาแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ นำโดย พลเอกมังกร โกสินทรเสนีย์ หัวหน้าสำนักเลขาธิการ และผู้ช่วยเลขาธิการ คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมการฝึกซ้อมของนักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทย โดยมี พลอากาศเอก มณฑล สัชฌุกร อุปนายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ ผู้แทน คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ และคณะกรรมการบริหารสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ ให้การต้อนรับ บริเวณสนามแบดมินตันของสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ ถนนวิทยุ-สารสิน เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2565

พลอากาศเอก มณฑล สัชฌุกร อุปนายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า ด้วย คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯต้องไปปฏิบัติภารกิจในฐานะไอโอซีเมมเบอร์ ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ฤดูหนาว ปักกิ่ง 2022 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน จึงได้มอบหมายให้ตน เป็นผู้แทนให้การต้อนรับคณะของ การกีฬาแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ในครั้งนี้

สำหรับการเตรียมทีมฝึกซ้อมของนักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทยนั้น โดยธรรมชาติของนักกีฬาแบดมินตัน จะมีการเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากโปรแกรมการแข่งขันในระดับต่าง ๆ นั้น มีการจัดการแข่งขันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ในหลากหลายประเทศ ดังนั้นในส่วนของนักกีฬาที่สังกัดสโมสรกีฬาต่าง ๆ จึงมีการวางแผนฝึกซ้อม เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันในส่วนที่ทางนักกีฬาและสโมสรเห็นเหมาะสมอยู่ตลอดเวลาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน อย่างไรก็ตามสำหรับในส่วนที่เข้าร่วมแข่งขันกีฬาระดับชาติ ในนามทีมชาติไทย ทางสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับสโมสรกีฬาต่าง ๆ ก็มีการวางแผนร่วมกันที่จะคัดตัวนักกีฬา และวางระบบการฝึกซ้อม ซึ่งมีทั้งการฝึกซ้อมเป็นส่วนตัวที่สโมสรกีฬาต้นสังกัด และการมาร่วมฝึกซ้อมที่อาคารสมาคมฯ เพื่อให้เกิดความคุ้นเคย และความสมัครสมานสามัคคีในหมู่นักกีฬา และเพื่อการทำความเข้าใจในระเบียบกติกาของการแข่งขันนั้น ๆ ภายใต้การกำกับดูแลของทางสมาคมฯ

แต่เนื่องจากในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่เกิดขึ้นมาช่วงระยะเวลาหนึ่ง จนถึงปัจจุบัน ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินการบริหารจัดการทั้งในส่วนของการคัดเลือกตัวนักกีฬา และการฝึกซ้อมร่วมกันอยู่พอสมควร แต่ทางสมาคมฯ ก็ได้มีการเตรียมการและการวางมาตรการป้องกันนักกีฬาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ด้วยการตรวจ ATK นักกีฬาสัปดาห์ละ 2 ครั้ง และห้ามบุคคลภายนอกที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้ามาในพื้นที่ฝึกซ้อมของสมาคมฯ จากมาตรการการป้องกันอย่างดีดังกล่าว ขอให้ การกีฬาแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เชื่อมั่นในความพร้อมของนักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทยที่จะลงแข่งขันในรายการต่าง ๆ เพื่อชื่อเสียงเกียรติยศของประเทศชาติอย่างเต็มที่

พลเอกมังกร โกสินทรเสนีย์ หัวหน้าสำนักเลขาธิการ และผู้ช่วยเลขาธิการ คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า ในการมาตรวจเยี่ยมครั้งนี้ มาดูภาพรวมทั้งการฝึกซ้อม การเป็นอยู่ของนักกีฬาเป็นอย่างไรในช่วงสถานการณ์โควิด-19 มีปัญหาตรงไหนบ้าง สิ่งที่ทางคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯนั้นเป็นห่วงอย่างมากก็คือ การตรวจสารต้องห้ามของนักกีฬาให้ตรงตามที่องค์การสารต้องห้าม หรือ WADA กำหนดไว้ เพราะประเทศไทยพึ่งจะพ้นโทษแบนมาเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังให้กำลังใจทัพแบดมินตันไทยทุกคนที่กำลังเก็บตัวเพื่อที่จะเดินทางไปแข่งขันรายการต่างรวมทั้ง 2 มหกรรมสำคัญที่ ซีเกมส์ และเอเชียนเกมส์ ขอให้นักแบดมินตันทุกคนแสดงความสามารถให้ถึงที่สุดเต็ม 100% รวมไปถึงสภาพจิตใจก็ต้องมีความเข็มแข็งเพื่อให้สามารถไปต่อกรกับคู่ต่อสู้ได้ เรื่องวินัยเป็นอีกเรื่องที่มีความสำคัญมาก ต้องเชื่อฟังในสิ่งที่ทีมงานสต๊าฟโค้ชนั้น ได้สอน แนะนำเรามาทั้งหมด การที่เราฝึกซ้อมมานั้นเหมาะสมไหม เข้าที่หรือยัง เพื่อให้ผลการแข่งขันออกมาเป็นไปอย่างที่เราตั้งใจไว้