สมาคมคุ้มครองผู้บริโภคสื่อดิจิทัลไทย เปิดประตูสู่กระบวนการยุติธรรมทางเลือก นำร่องไกล่เกลี่ยข้อพิพาทบ้านมั่นคงสายไหมกว่า 100 ราย ผ่านระบบออนไลน์

สมาคมคุ้มครองผู้บริโภคสื่อดิจิทัลไทย เปิดประตูสู่กระบวนการยุติธรรมทางเลือก นำร่องไกล่เกลี่ยข้อพิพาทบ้านมั่นคงสายไหมกว่า 100 ราย ผ่านระบบออนไลน์

 

กรุงเทพมหานคร | 30 มิถุนายน 2569

“ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า ประเทศไทยมีกระบวนการไกล่เกลี่ยออนไลน์”

ประโยคสั้น ๆ จากประชาชนผู้มาขอคำปรึกษาในวันนี้ สะท้อนความจริงที่สำคัญยิ่งกว่าข้อพิพาทที่เกิดขึ้น นั่นคือ ยังมีประชาชนจำนวนมากไม่รู้ว่าตนเองสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการฟ้องร้องต่อศาล

สมาคมคุ้มครองผู้บริโภคสื่อดิจิทัลไทย นำโดย นางสาวธนิดา กิจบำรุง นายกสมาคม พร้อมด้วย นายพัฒนศักดิ์ พ่วงศรีรักษา อุปนายกสมาคม ร่วมกับ นางจีรพร หมื่นนาค ผู้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทภาคประชาชน ประจำเขตสายไหม ลงพื้นที่รับฟังปัญหา ให้คำปรึกษา และเตรียมความพร้อมเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทออนไลน์ของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

การลงพื้นที่ครั้งนี้เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทระหว่างสหกรณ์เคหสถานกับสมาชิกในโครงการบ้านมั่นคงแห่งหนึ่งในพื้นที่เขตสายไหม ซึ่งมีผู้ได้รับผลกระทบประมาณ 100 ราย

จากข้อมูลเบื้องต้นที่ผู้มาขอคำปรึกษาให้ไว้ ระบุว่าปัญหาดังกล่าวมีการสะสมต่อเนื่องมาไม่น้อยกว่า 10 เดือน โดยมีปัจจัยเกี่ยวข้องหลายด้าน ทั้งผลกระทบทางเศรษฐกิจหลังสถานการณ์โควิด-19 ภาระการผ่อนชำระของสมาชิก การบริหารจัดการของสหกรณ์ และประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานต่าง ๆ

ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นจากผู้มาขอคำปรึกษาเท่านั้น การเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยจะเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้แสดงข้อเท็จจริงและรับฟังกันอย่างรอบด้าน ภายใต้หลักความเป็นกลาง ความสมัครใจ และความเป็นธรรม เพื่อร่วมกันค้นหาทางออกที่ทุกฝ่ายยอมรับได้

จากการต่อสู้…สู่การพูดคุย

ข้อพิพาทที่มีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมากเช่นนี้ ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะตัวบุคคล แต่ยังสะท้อนถึงความเปราะบางของชุมชนหลังวิกฤตโควิด-19 หลายครอบครัวยังคงมีภาระผ่อนชำระประมาณ 3,000 บาทต่อเดือน ขณะที่ความขัดแย้งที่ยืดเยื้ออาจทำให้ทุกฝ่ายต้องสูญเสียทั้งเวลา ค่าใช้จ่าย และความสัมพันธ์

กระบวนการไกล่เกลี่ยจึงมิใช่การตัดสินว่า “ใครชนะ” หรือ “ใครแพ้” หากแต่เป็นการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ทุกฝ่ายได้พูดคุย รับฟัง และร่วมกันแสวงหาทางออกที่เหมาะสมกับทุกคน

เทคโนโลยี…ไม่ใช่เพียงเครื่องมือสื่อสาร แต่เป็นสะพานสู่ความยุติธรรม

หนึ่งในสิ่งที่สร้างความประทับใจแก่ผู้มาขอคำปรึกษา คือการได้ทราบว่าปัจจุบันสามารถเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยผ่านระบบออนไลน์ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปศาล ลดค่าใช้จ่าย ลดเวลา และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของประชาชน

เมื่อมีการจัดทำบันทึกข้อตกลงและได้รับการรับรองตามกฎหมาย ข้อตกลงดังกล่าวย่อมมีผลผูกพันตามกฎหมายตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ช่วยให้คู่กรณีสามารถยุติข้อพิพาทได้โดยไม่จำเป็นต้องดำเนินคดีในศาลในหลายกรณี

 

พันธกิจของสมาคม คือทำให้ความยุติธรรมเข้าถึงประชาชน

สมาคมคุ้มครองผู้บริโภคสื่อดิจิทัลไทย ไม่ได้มีบทบาทเพียงการคุ้มครองผู้บริโภคในโลกดิจิทัล แต่ยังมุ่งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเพื่อประโยชน์สาธารณะ เชื่อมโยงประชาชนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางเลือก สร้างความรู้ ความเข้าใจ และเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิของตนได้อย่างถูกต้องและเท่าเทียม

การลงพื้นที่ในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการแก้ไขข้อพิพาทของชุมชนแห่งหนึ่ง แต่เป็นการแสดงให้เห็นว่า เมื่อประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ได้รับการรับฟัง และมีผู้ประสานให้ทุกฝ่ายเข้าสู่โต๊ะเจรจา ความขัดแย้งที่ดูเหมือนไม่มีทางออก ก็อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือครั้งใหม่

“ความยุติธรรมที่แท้จริง ไม่ได้เริ่มต้นที่ศาล แต่อาจเริ่มต้นจากโต๊ะพูดคุย”

เพราะความยุติธรรมไม่ควรเป็นสิทธิของผู้ที่มีเงิน มีเวลา หรืออยู่ใกล้ศาลเท่านั้น แต่ควรเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนทุกคน

สมาคมคุ้มครองผู้บริโภคสื่อดิจิทัลไทย จึงมุ่งใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็น สะพานเชื่อมประชาชนสู่กระบวนการยุติธรรมทางเลือก เพื่อให้ทุกความขัดแย้งมีโอกาสเปลี่ยนเป็นความเข้าใจ และทุกชุมชนมีโอกาสก้าวข้ามความขัดแย้งไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

“เพราะเป้าหมายสูงสุดของการไกล่เกลี่ย ไม่ใช่การหาผู้แพ้หรือผู้ชนะ แต่คือการรักษาผู้คน รักษาความสัมพันธ์ และรักษาชุมชนให้เดินหน้าต่อไปได้ร่วมกัน”