กาฬสินธุ์-ผอ.สพม.กาฬสินธุ์ กลั้นน้ำตาไม่อยู่! ลั่นวาจาเด็ดขาด เอาผิด ผอ.ร.ร.กมลาไสย ถึงที่สุด หากพบมีมูลความจริง”

ภาพความอัดอั้นตันใจปรากฏชัดบนใบหน้า เมื่อผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ ยืนยันต่อหน้าสื่อมวลชนพร้อมน้ำตาคลอเบ้า ก่อนประกาศจุดยืนหนักแน่นไม่มีละเว้น พร้อมเดินหน้าดำเนินการทางปกครองกับผู้อำนวยการโรงเรียนกมลาไสยให้ถึงที่สุด หากผลการสอบสวนชี้ชัดว่า “มีมูลความผิดจริง” พร้อมประกาศเปิดพื้นที่ สพม.กาฬสินธุ์ ให้สื่อซักถามได้ทุกประเด็นอย่างโปร่งใส และยืนยันเจตนารมณ์ทวงคืนโรงเรียนให้กลับมาเป็น “พื้นที่ปลอดภัย” สำหรับทุกคนอีกครั้ง

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เวลา 16.00 น. ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ ดร.วิภา สายรัตน์ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ แถลงข่าวกรณีศิษย์เก่า และคณะกรรมการสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนกมลาไสย อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ร้องทุกข์ต่อศูนย์ดำรงธรรมอำเภอกมลาไสย และ แจ้งความดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวน สภ.กมลาไสย ในมาตรา 157 และในข้อหาอื่นต่อ ผู้อำนวยการโรงเรียนกมลาไสย กับพวก กรณีตัดไม้โรงเรียนขายให้กับนายทุน ท่ามกลางสื่อมมวลชนจากทุกสำนักในบรรยากาศเศร้าใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยยืนยันการตรวจสอบหรือสอบสวนข้อเท็จจริงจะไม่มีการช่วยเหลือคนผิด หากตรวจสอบพบว่ามีความผิดก็จะต้องดำเนินการทางปกครองให้ถึงที่สุด และบรรยากาศการแถลงข่าว ผอ.สพม.กาฬสินธุ์ ถึงกับน้ำตาซึมและขอร้องสื่อมวลชนคืนพื้นที่ให้กับโรงเรียนกลับคืนภาวะปกติ เพราะตั้งแต่เป็นข่าวนักเรียนพากันตกใจ ไม่มีสมาธิในการเรียน และหากต่อไปต้องการที่จะได้รับทราบข้อมูลทาง สำนักงาน สพม.กาฬสินธุ์ ก็พร้อมเปิดพื้นที่ในการให้ข้อมูลแทน

ดร.วิภา สายรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) กาฬสินธุ์ กล่าวว่า กรณีการตรวจสอบการตัดไม้ในพื้นที่โรงเรียนกมลาไสย ยืนยันว่า หากผลการตรวจสอบพบผู้กระทำผิดจริง ทางเขตฯ พร้อมดำเนินการตามระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัดโดยไม่มีการนิ่งนอนใจ เนื่องจากที่ผ่านมาได้กำชับให้ฝ่ายนิติกรและกลุ่มงานบุคคลยึดถือระเบียบปฏิบัติมาโดยตลอด ทั้งนี้ ในส่วนของผู้บริสุทธิ์ก็มีสิทธิในการนำพยานหลักฐานมาชี้แจงเพื่อพิสูจน์เจตนาและความบริสุทธิ์ของตนเอง ขณะที่ผู้กระทำผิดจริงจะต้องได้รับโทษตามขั้นตอน ซึ่งปัจจุบันเรื่องดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งไปตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา จนมีคำสั่งให้ ผู้อำนวยการโรงเรียนกมลาไสย – รองผู้อำนวยการ – ผู้ช่วยผู้อำนวยการ เข้ามาช่วยราชการไปเมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา และได้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง และหากมีมูลความจริงก็จะมีการตั้งกรรมการสอบวินัยต่อไป

“กรณีนี้ได้เคยสอบถามไปยัง ผู้อำนวยการโรงเรียนกมลาไสย ที่ได้แจ้งให้ทราบด้วยวาจา ที่ถือเป็นสิทธิ์ เพราะเป็นผู้ถูกกล่าว โดยเฉพาะกรณีการตัดไม้ที่คณะกรรมการขั้นพื้นฐานของโรงเรียนกมลาไสย ชี้แจงว่า กรณีเรื่องต้นไม้เป็นการขอตัดแต่งกิ่งเท่านั้น แต่เมื่อมีการตัดก็จะต้องสืบหาข้อเท็จจริงให้แน่ชัน ที่ถือว่าเป็นปัญหาที่คณะศิษย์เก่า-คณะกรรมการสมาคมครูผู้ปกครองโรงเรียนต้องการได้รับคำตอบ ที่อยู่ในระหว่างการสอบข้อเท็จจริงที่จะต้องปรากฏ เนื่องจาก ที่ดินและทรัพย์สินราชพัสดุถือเป็นสมบัติของทางราชการ ผู้มีหน้าที่ดูแลรักษาทุกคนต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง จากการลงพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้นและพิจารณาเอกสารร้องเรียนจากสมาคมผู้ปกครอง ร่วมกับข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ แม้บางจุดจะเหลือเพียงร่องรอยการตัด แต่การพิสูจน์เจตนารมณ์ต้องให้โอกาสผู้ดำเนินการได้ชี้แจง พร้อมย้ำว่าจะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ทั้งชุมชน ครู และนักเรียน”

อย่างไรก็ตามผู้อำนวยการเขตฯ ได้กล่าวเรียกร้องผ่านสื่อมวลชน ขอคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัยทางจิตใจให้กับกลุ่มนักเรียนและครูในพื้นที่ เนื่องจากได้รับผลกระทบทางจิตใจและค่อนข้างบอบช้ำจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่ามีความห่วงใยและผูกพันกับนักเรียนทุกคน พร้อมย้ำว่าสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯ และฝ่ายนิติกรมีความพร้อมที่จะประสานความร่วมมือ และสนับสนุนข้อมูลด้านระเบียบกฎหมายอย่างเต็มที่เพื่อเร่งคลี่คลายปัญหานี้

สำหรับปัญหาการตัดไม้โรงเรียน ได้ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 โดยคณะศิษย์เก่าโรงเรียนกมลาไสยและนักเรียนได้ออกมาแสดงพลังยืนชูป้ายตะโกนเรียกร้อง ด้วยข้อความ #SAVEต้นไม้ #คืนพื้นที่สีเขียว saveต้นไม้ #เรารักต้นไม้ เป็นสัญลักษณ์และเป็นการแสดงพลัง ที่หน้าป้ายสวนเฉลิมพระเกียรติภายในโรงเรียน หลังจากพบว่า ต้นไม้จำนวน 23 ต้นอายุร้อยปี ถูกตัดหายไป ในวันเดียวกัน พ.ต.ท.จักรรินทร์ อินแปลง ข้าราชการบำนาญ ศิษย์เก่ารุ่น 17 โรงเรียนกมลาไสย และ นายวิวัฒน์ กล้าวิจารณ์ นายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนกมลาไสย ได้เข้าพบ นายอัศนัย คีรี ปลัออาวุโส และนางกัญญ์ภัสสร บริหาร ปลัดำเภอ ดูแลศูนย์ดำรงธรรมอำเภอกมลาไสย ได้ร้องเรียนและร้องทุกข์ให้ ศูนย์ดำรงธรรม เข้าไปตรวจสอบปัญหาการตัดไม้ภายในโรงเรียนอำเภอกมลาไสย

โดย เหตุเกิดในช่วง วันที่ 28 กรกฎาคม – 16 สิงหาคม 2569 โดยระบุว่าการตัดต้นไม้ครั้งนี้ เป็นการกะทำของผู้อำนวยการโรงเรียนพร้อมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียน โดยพลการและไม่ได้รับอนุญาตจาก ธนารักษ์พื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เกิดความเสียหายเป็นต้นไม้หลายชนิดถึง 32 ต้นไม้บางต้นอายุร้อยปี นอกจากนี้มีรายงานว่า คณะศิษย์เก่ายังได้เดินทางไปพบพนักงานสอบสวน สภ.กมลาไสย โดยได้แจ้งความต่อ พ.ต.ท.นลิตร ทินภู รอง ผกก.สอบสวน สภ.กมลาไสย ร้องทุกข์กล่าวโทษ ให้ดำเนินคดีกับ ผอ.พร้อมพวก ในความผิดฐานะตามมาตรา 157 ฐานปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และในความผิดอื่น ถ้าปรากฎหลักฐานในภายหลัง โดยพนักงานสอบสวนพร้อมที่จะสอบสวนและดำเนินคดีตามกฏหมายให้ถึงที่สุด