เตือนภัยวิกฤตยางพารา! สั่งห้ามใช้ “สารจับตัวยางชนิดผง-ผงขาว” โรงงานประกาศปฏิเสธรับซื้อทันที ปรับขั้นต่ำ 20,000 บาท พร้อมจ่อฟ้องดำเนินคดี

เตือนภัยวิกฤตยางพารา! สั่งห้ามใช้ “สารจับตัวยางชนิดผง-ผงขาว” โรงงานประกาศปฏิเสธรับซื้อทันที ปรับขั้นต่ำ 20,000 บาท พร้อมจ่อฟ้องดำเนินคดี

 

การยางแห่งประเทศไทยพร้อมด้วยกลุ่มผู้ประกอบการโรงงานรับซื้อยางพารา ออกประกาศเตือนภัยด่วนที่สุดถึงพี่น้องเกษตรกร ชาวสวนยาง และพ่อค้ารับซื้อยางทั่วประเทศ หลังตรวจพบพฤติกรรมการนำ “สารจับตัวยางชนิดผง” หรือ “ผงขาว” และสารเคมีต้องห้ามประเภทต่างๆ มาเจือปนในน้ำยางสด ยางก้อนถ้วย และยางแผ่น เพื่อหวังเร่งให้ยางแข็งตัวเร็วและเพิ่มน้ำหนัก ซึ่งถือเป็นการทำลายคุณภาพและห่วงโซ่อุตสาหกรรมยางพาราไทยอย่างร้ายแรง
⚠️ เจาะลึก 5 สารเคมีต้องห้าม และลักษณะยางที่ถูกยัดไส้
จากการตรวจสอบในระบบการผลิต พบกลุ่มสารเคมีต้องห้ามที่ถูกนำมาใช้ผิดประเภท ดังนี้:


1. ชนิด A (ผงขาวละเอียด): มักใช้ผสมเพื่อให้ยางจับตัวและแข็งตัวเร็วกว่าปกติ
2. ชนิด B (เม็ดใส/ขาว): ใช้ผสมเพื่อเพิ่มน้ำหนัก
3. ชนิด C (ก้อนขาว/เนื้อกลม): ใช้ผสมเพื่อช่วยเร่งการจับตัว
4. ชนิด D (ผง/ก้อนสีขาว): ใช้ผสมเพื่อเร่งน้ำหนักยาง
5. ชนิด E (ผงเกล็ด/ผงขาว): ใช้ผสมเพื่อเพิ่มน้ำหนักยาง

 
วิธีสังเกตลักษณะยางที่สงสัยว่าเจือปนสารต้องห้าม:
เนื้อสัมผัสผิดธรรมชาติ: ยางมีลักษณะแข็งกระด้าง ผิวสัมผัสเหนียวแห้ง หรือเมื่อเหยียบจะมีความแน่นเด้งสู้เท้าผิดปกติ
กลิ่นฉุนเคมี: ไม่มีกลิ่นยางธรรมชาติ แต่มีกลิ่นฉุนคล้ายพลาสติก สารเคมี หรือกลิ่นยางรัดถุงแกง
ความผิดปกติเมื่อแปรรูป: เมื่อนำไปรีดแล้วเนื้อยางจะแตกตัวยุ่ย ไม่ติดกัน มีฟองมาก ไม่สามารถจับตัวเป็นแผ่นได้ ผิวภายนอกแข็งแต่ภายในยังอุ้มน้ำและมีสีขาวผิดปกติ
เมื่อนำไปเข้ากระบวนการอบ: ส่วนที่เป็นยางตายผสมผงเคมีจะไม่สุกและเกิดอาการเปื่อยเสียหาย
ค่าความเป็นกรดรุนแรง: ตรวจพบค่า pH สูงถึง 0–1 ซึ่งมีความเป็นกรดกัดกร่อนรุนแรง (ปกติยางพาราควรมีค่า pH อยู่ที่ 3–5)

 
💣 มหันตภัย 4 ด้าน จากการใช้สารจับตัวยางชนิดผง
การนำสารผงเคมีมาใช้โดยขาดความรู้ความเข้าใจ ก่อให้เกิดความเสียหายในทุกมิติ:
1. ด้านคุณภาพยาง: ยางแข็งกระด้าง ความหนืดต่ำ ความยืดหยุ่นต่ำ คุณภาพยางตกต่ำอย่างรุนแรง
2. ด้านสภาพดิน: สารเคมีตกค้างทำให้ดินเค็ม ดินอัดแน่นแข็ง ทลายการระบายอากาศและน้ำในดิน
3. ด้านสุขภาพต้นยาง: เสี่ยงต่อการเกิด “โรคเปลือกแห้ง” (ยางตายนึ่ง) ส่งผลให้การเจริญเติบโตของต้นยางลดลงและผลผลิตหดหายในระยะยาว
4. ด้านสิ่งแวดล้อม: สารเคมีชะล้างลงแหล่งน้ำ ทำให้น้ำเน่าเสีย ส่งกลิ่นเหม็นรบกวนชุมชน

 
🛑 มาตรการลงโทษและแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง
ขณะนี้กลุ่มโรงงานรับซื้อยางพาราทั่วประเทศได้ยกระดับมาตรการตรวจสอบเข้มงวด โดยกำหนดเกณฑ์ปฏิบัติชัดเจน:
หากตรวจพบสารต้องห้าม = ไม่รับซื้อทันที!
ปรับขั้นต่ำ 20,000 บาท: โรงงานจะพิจารณาเรียกค่าปรับจากผู้ส่งขายทันทีเพื่อชดเชยความเสียหาย
ดำเนินคดีตามกฎหมาย: กรณีพบเจตนาปลอมปนเพื่อหลอกลวง จะถูกส่งตัวดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 271 มีโทษจำคุกและปรับ
ข้อแนะนำสำหรับเกษตรกร (แนวทางที่ถูกต้อง):
ใช้น้ำยางสดคุณภาพดี ไม่เจือปนสิ่งแปลกปลอม
ใช้ “กรดฟอร์มิก” ตามมาตรฐานในอัตราส่วนที่เหมาะสมเท่านั้น
ห้ามเติมผง สารเคมี หรือสิ่งเจือปนอื่นๆ เพื่อเพิ่มน้ำหนักหรือเร่งยางแข็งตัวโดยเด็ดขาด
รักษาความสะอาดของอุปกรณ์ ภาชนะ และพื้นที่การผลิตเพื่อร่วมกันรักษาสภาพแวดล้อมและสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมยางพาราไทยอย่างยั่งยืน

ปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ หาดใหญ่ จ.สงขลา