เชียงใหม่-รร.ยุพราชวิทยาลัย เปิดปฐมนิเทศนักเรียน ม.1 SMTE ภาคเหนือตอนบน สร้างแรงบันดาลใจสู่การวิจัยและนวัตกรรม

เปิดเวทีแห่งการเรียนรู้สู่อนาคตนักวิจัย! โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จัดกิจกรรมปฐมนิเทศนักเรียน ม.1 โครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม (SMTE) กลุ่มภาคเหนือตอนบน ประจำปีการศึกษา 2569 จุดประกายความคิด สร้างแรงบันดาลใจ และต่อยอดทักษะการวิจัย เพื่อพัฒนาเยาวชนไทยสู่การเป็นกำลังสำคัญด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมของประเทศในอนาคต

โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จัดกิจกรรมปฐมนิเทศนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2569 ของเครือข่ายโครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม (SMTE) กลุ่มภาคเหนือตอนบน เพื่อสร้างพื้นฐานความรู้ จุดประกายแนวคิดด้านการวิจัย และส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมให้แก่นักเรียนในโครงการ พร้อมเปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างโรงเรียนเครือข่าย

เมื่อวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องประชุมดารารัศมี โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย นางรัตนา สิทธิราช รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม โดยมี นายสมบัติ คำบุญสูง รองผู้อำนวยการโรงเรียน รักษาราชการแทนผู้อำนวยการโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย นายชาญชัย กีฬาแปง ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย คณะภาคีเครือข่าย คณะผู้บริหาร คณะครู วิทยากร แขกผู้มีเกียรติ และนักเรียนในโครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ฯ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

นายชาญชัย กีฬาแปง ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย กล่าวว่า โรงเรียนยุพราชวิทยาลัยทำหน้าที่เป็นโรงเรียนแม่ข่ายและศูนย์การเรียนรู้ของโครงการพิเศษหลายด้าน ทั้งระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค ระดับประเทศ และระดับนานาชาติ รวมถึงได้รับมอบหมายให้เป็นศูนย์ประสานงานโครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม กลุ่มภาคเหนือตอนบน จึงได้ประสานความร่วมมือกับโรงเรียนเครือข่าย องค์กรภาคี และหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ เพื่อรวบรวมองค์ความรู้ บุคลากรผู้เชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านวิทยาศาสตร์ มาร่วมพัฒนาการจัดการเรียนการสอนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

พร้อมระบุว่า การปฐมนิเทศครั้งนี้นอกจากจะช่วยให้นักเรียนและครูผู้ประสานงานได้รับความรู้แล้ว ยังเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างโรงเรียน ซึ่งจะช่วยต่อยอดแนวคิดการทำโครงงานและงานวิจัย เปิดมุมมองใหม่ในการพัฒนาผลงานที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม

ด้านนายสมบัติ คำบุญสูง รองผู้อำนวยการโรงเรียน รักษาราชการแทนผู้อำนวยการโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ในฐานะประธานเครือข่ายห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม กลุ่มภาคเหนือตอนบน กล่าวว่า การปฐมนิเทศนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ฯ กลุ่มภาคเหนือตอนบน

ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้โรงเรียนยุพราชวิทยาลัยซึ่งเป็น
โรงเรียนแม่ข่าย รับหน้าที่ดำเนินการจัดกิจกรรม เป็นประจำทุกปี เพื่อสร้างเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งปลูกฝังแนวคิดด้านการวิจัยและการสร้างนวัตกรรมให้กับนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

การจัดกิจกรรมปีนี้มีคณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนเครือข่ายในกลุ่มภาคเหนือตอนบน จำนวน 19 โรงเรียน รวมทั้งสิ้น 540 คน เข้าร่วม ระหว่างวันที่ 25–26 กรกฎาคม 2569 โดยได้รับความอนุเคราะห์วิทยากรจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ถ่ายทอดองค์ความรู้และบรรยายพิเศษเพื่อสร้างแรงบันดาลใจด้านการวิจัย

นอกจากนี้ยังจัดกิจกรรมศึกษาดูงานแหล่งเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ทั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์อื่น ๆ เพื่อให้นักเรียนได้เยี่ยมชมห้องปฏิบัติการ พบปะนักวิทยาศาสตร์มืออาชีพ และนำประสบการณ์ที่ได้รับไปพัฒนาหัวข้อโครงร่างงานวิจัยของตนเองในอนาคต

นางรัตนา สิทธิราช รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ กล่าวว่า กิจกรรมปฐมนิเทศครั้งนี้เป็นกิจกรรมที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาศักยภาพของนักเรียนห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ฯ เนื่องจากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญต่อการดำรงชีวิตและการพัฒนาประเทศในทุกมิติ จึงจำเป็นต้องส่งเสริมให้นักเรียนมีทักษะการคิดอย่างมีเหตุผล รู้จักวิเคราะห์ปัญหาอย่างเป็นระบบ และใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการแสวงหาความรู้

 

พร้อมกล่าวว่า กระบวนการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์จะช่วยหล่อหลอมให้นักเรียนเป็นผู้มีเหตุผล มีความเชื่อมั่นในตนเอง สามารถคิดวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาตามหลักตรรกะทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นคุณลักษณะสำคัญของพลเมืองคุณภาพในศตวรรษที่ 21 และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศด้วยองค์ความรู้ วิจัย และนวัตกรรมในอนาคต