กาฬสินธุ์ชาวนากุ้งเรียกร้องรัฐบาลใหม่สานต่อโครงการคนละครึ่งเฟส 2 ระบุกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีจริง

กลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามและพ่อค้าคนกลาง ในจังหวัดกาฬสินธุ์ เรียกร้องรัฐบาลใหม่ ภายใต้การนำของพรรคแกนนำภูมิใจไทย นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินหน้าโครงการคนละครึ่งเฟส 2 หรือเฟสต่อไป เพราะทำให้การค้าขายเกิดสภาพคล่อง แก้ไขปัญหาปากท้องได้ถูกจุด สามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมได้ดี ขณะที่ผู้เลี้ยงกุ้งบางรายระบุ หากมีโครงการคนละครึ่งออกมาอีก จะสามารถขายกุ้งจนปลดหนี้ ธกส.กว่าล้านบาทได้ภายในปีนี้

วันที่ 2 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามบรรยากาศการเลี้ยงกุ้งก้ามกราม และจับกุ้งก้ามกราม สัตว์เศรษฐกิจอันดับหนึ่งของ จ.กาฬสินธุ์ จำหน่ายในช่วงนี้ กำลังคึกคักเป็นอย่างมาก จากการสอบถามเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม และพ่อค้าคนกลาง ตลอดจนผู้ประกอบการร้าอาหารเมนูกุ้งก้ามกรามระบุว่า เป็นผลพวงจากโครงการคนละครึ่งของรัฐบาลที่ผ่านมาทำให้ประชาชน ผู้บริโภค มีกำลังซื้อมากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อให้การค้าขายคงสภาพคล่อง และต่อเนื่อง จึงอยากเรียกร้องไปยังรัฐบาลใหม่ ที่กำลังฟอร์มทีมจัดตั้งรัฐบาล ได้จัดโครงการคนละครึ่งเฟส 2 และเฟสต่อไปอีก

นายประเสริฐ สำแดงไพร อายุ 64 ปี พ่อค้าคนกลางบ้านวังยูง ต.ลำพาน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตนประกอบอาชีพพ่อค้ากุ้งมาเกือบ 20 ปี โดยเป็นพ่อค้าเร่นำกุ้งก้ามกรามสดจากบ่อไปจำหน่ายในพื้นที่หลายจังหวัด เช่น ขอนแก่น อุดรธานี โดยราคารับซื้อจากปากบ่อ กก.ละ 250 บาท ขณะที่ราคาจำหน่ายเริ่มตั้งแต่ กก.ละ 300 บาทขึ้นไปถึงกก.ละ 500 บาท ซึ่งจะเพิ่มราคาตามระยะทาง โดยจะรับกุ้งสดจากปากบ่อไปจำหน่ายเที่ยวละประมาณ 60-70 กก. มีกำไรเที่ยวละ 2,000-3,000 บาท ที่ผ่านมาบางปีบรรยากาศการค้าขายคึกคักบ้าง ซบเซาบ้าง ตามสภาพเศรษฐกิจ แต่จะค้าขายคล่องตัวมากในช่วงเทศกาลปีใหม่และเทศกาลสงกรานต์ สำหรับปี 68-69 ดีขึ้นมาก เนื่องจากโครงการคนละครึ่งของรัฐบาล

ด้านนายสเตรทฉัน ภูนาสูง อดีตผู้ใหญ่บ้านตูม หมู่ 19 ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามกล่าวว่า กล่าวว่ากุ้งก้ามกรามเป็นสัตว์เศรษฐกิจอันดับหนึ่งของ จ.กาฬสินธุ์ มีพื้นที่เลี้ยงกันมากในเขต ต.บัวบาน ต.นาเชือก ต.เขาพระนอน ต.ดอนสมบูรณ์ อ.ยางตลาด และ ต.ลำคลอง ต.ลำพาน อ.เมืองกาฬสินธุ์ โดยใช้น้ำจากโครงการชลประทานเขื่อนลำปาว โดยครอบครัวตนและเพื่อนเกษตรกร ทำการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามมาเกือบ 30 ปี บางปีได้กำไร บางปีขาดทุน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ พันธุ์ลูกกุ้ง และสภาพเศรษฐกิจ

 

ทั้งนี้ผู้เลี้ยงกุ้งทุกรายต่างกู้เงิน ธกส.และแหล่งเงินทุนมาลงทุน จึงพบว่าส่วนใหญ่มีภาระหนี้สินผูกพันกับ ธกส.และแหล่งเงินทุนตลอดมา แต่ก็ยังต้องเลี้ยงต่อไป เพราะเป็นอาชีพหลัก และต้องการหารายได้เลี้ยงครอบครัว หวังโชคดีมีกำไรได้ชำระหนี้

 

นายสเตรทฉันกล่าวอีกว่า หลายปีที่ผ่านมาการค้าขายขึ้นๆลงๆ เพราะมีหลายปัจจัยดังกล่าว โดยกุ้งก้ามกรามจะขายดีเฉพาะช่วงเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์เท่านั้น ส่วนภาวะปกติการค้าขายฝืดเคือง ทำให้สิ้นเปลืองทุนในการเลี้ยง บางทีประสบปัญหาอากาศวิปริต ทำให้กุ้งน็อคตาย โดยเฉพาะช่วงฤดูแล้ง อากาศร้อนสลับฝนตก แต่หลังจากที่รัฐบาลมีโครงการคนละครึ่ง พบว่าการค้าขายเกิดสภาพคล่อง การจับกุ้งจำหน่ายไปได้เรื่อยๆ จึงมีความหวังว่าปีนี้หากรัฐบาลจัดโครงการคนละครึ่งเฟส 2 และเฟสต่อๆไปออกมาอีก จะสามารถค้าขายกุ้งได้ตลอดปี มีโอกาสปลดหนี้ ธกส.จำนวน 1 ล้าน 2 แสนบาทแน่นอน

 

 
อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม ประชาชน ผู้ใช้แรงงาน และพ่อค้าคนกลาง ตลอดจนผู้ประกอบการร้านค้าที่ จ.กาฬสินธุ์ ต่างชื่นชอบและพอใจมากกับโครงการคนละครึ่งที่ผ่านมา เพราะสามารถแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านค่าครองชีพได้เป็นอย่างดี จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลใหม่ หรือนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ที่อาจจะเป็นพรรคภูมิใจไทย ที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หรือได้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ได้ผลักดันและจัดโครงการคนละครึ่งเฟส 2 และเฟสต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นโครงการที่ดี สามารถแก้ปัญหาปากท้องให้กับชาวบ้าน และกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมหรือทั้งระบบได้เป็นอย่างดี