สามขุนพลพรรคทางเลือกใหม่ : เกมโค้งสุดท้ายสู่ประตูสภา กับภารกิจพิสูจน์พรรคเล็กไม่เล็กในสนามเลือกตั้ง 2569
สามขุนพลพรรคทางเลือกใหม่ : เกมโค้งสุดท้ายสู่ประตูสภา กับภารกิจพิสูจน์พรรคเล็กไม่เล็กในสนามเลือกตั้ง 2569
ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 การเมืองไทยยังคงถูกขับเคลื่อนด้วยพรรคขนาดใหญ่เป็นหลัก ทว่าในอีกฟากหนึ่ง พรรคการเมืองขนาดเล็กบางพรรคกำลังถูกจับตาในฐานะ “ตัวแปรเงียบ” ที่อาจสร้างผลลัพธ์เกินความคาดหมาย หนึ่งในนั้นคือ พรรคทางเลือกใหม่ ซึ่งวางเกมการเมืองผ่านบุคคลสำคัญ 3 คน หรือที่ถูกมองว่าเป็น “สามขุนพล” ของพรรคในสนามเลือกตั้งครั้งนี้
ราเชน ตระกูลเวียง : ผู้นำพรรคกับบทบาทผู้กำหนดทิศทาง
ในฐานะหัวหน้าพรรค ราเชน ตระกูลเวียง คือศูนย์กลางของยุทธศาสตร์พรรคทางเลือกใหม่ บทบาทของเขาไม่ใช่เพียงผู้บริหารพรรค แต่คือผู้กำหนด “ตัวตนทางการเมือง” ของพรรคให้แตกต่างจากการเมืองกระแสหลัก
ราเชนเลือกวางตำแหน่งพรรคในแนวทางที่ไม่เล่นการเมืองสวยหรู ไม่พึ่งวาทกรรมเชิงขั้วอำนาจ แต่เน้นความจริงใจ สัจจะ และการเมืองที่อิงกับการทำงานจริง แนวคิดดังกล่าวอาจไม่สร้างแรงกระเพื่อมฉับพลัน แต่กลับสอดคล้องกับกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เริ่มตั้งคำถามกับการเมืองแบบเดิม และมองหาพรรคที่ไม่ผูกติดกับโครงสร้างอำนาจเก่า
สรสินธุ ไตรจักรภพ : ขุนพลภาคประสบการณ์ กับความน่าเชื่อถือจากโลกธุรกิจ
สรสินธุ ไตรจักรภพ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ คือภาพแทนของแนวคิด “คนมีแล้ว มาทำการเมือง” ที่พรรคทางเลือกใหม่พยายามสื่อสาร เขาเป็นนักธุรกิจอาวุโสที่ผ่านประสบการณ์กว่า 60 ปี ทั้งความสำเร็จและวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งกลายเป็นทุนทางความน่าเชื่อถือที่พรรคเล็กจำนวนมากขาดหายไป
บทบาทของสรสินธุในเกมเลือกตั้ง ไม่ได้อยู่ที่การปลุกกระแส แต่คือการเสริมความมั่นใจให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่า พรรคทางเลือกใหม่ไม่ได้เป็นเพียงพรรคอุดมการณ์ แต่มีบุคลากรที่เข้าใจเศรษฐกิจจริง และไม่จำเป็นต้องพึ่งการเมืองเพื่อความอยู่รอด
มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ : ขุนพลสนามสื่อ กับการดึงความสนใจสาธารณะ
ในอีกด้านหนึ่ง มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ คือขุนพลที่ทำหน้าที่เชื่อมพรรคกับพื้นที่สาธารณะและกระแสการเมือง ด้วยบุคลิกและประสบการณ์ทางการเมืองที่เป็นที่รู้จัก ทำให้เขาเป็นตัวละครที่ช่วยเพิ่มการมองเห็นให้กับพรรคทางเลือกใหม่ในสนามที่การแข่งขันด้านสื่อเข้มข้น
บทบาทของมงคลกิตติ์จึงไม่ใช่เพียงผู้สมัครบัญชีรายชื่อ แต่เป็นผู้ขยายพื้นที่การรับรู้ของพรรค ทำให้พรรคเล็กอย่างทางเลือกใหม่ไม่ถูกกลืนหายไปในสมรภูมิการเมืองที่เต็มไปด้วยพรรคขนาดใหญ่
สามบทบาท หนึ่งเป้าหมาย : ประตูสภาในระบบปาร์ตี้ลิสต์
เมื่อพิจารณาภาพรวม สามขุนพลของพรรคทางเลือกใหม่ต่างทำหน้าที่ในบทบาทที่แตกต่างกัน แต่เชื่อมโยงกันอย่างมีนัยทางยุทธศาสตร์
•ราเชน เป็นผู้นำและกำหนดทิศทาง
•สรสินธุ เสริมความน่าเชื่อถือและฐานประสบการณ์
•มงคลกิตติ์ เพิ่มแรงส่งในสนามสื่อและการรับรู้
ทั้งหมดสะท้อนยุทธศาสตร์ของพรรคที่มุ่งเป้าไปที่ เก้าอี้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ มากกว่าการแข่งขันเชิงเขต โดยอาศัยระบบเลือกตั้งที่เปิดโอกาสให้พรรคเล็กซึ่งรักษาฐานคะแนนได้ในระดับประเทศ สามารถก้าวเข้าสู่สภาได้จริง
บทสรุป : โอกาสชนะที่วัดกันด้วยความสม่ำเสมอ ไม่ใช่กระแส
แม้พรรคทางเลือกใหม่จะไม่ใช่พรรคที่ถูกมองว่าเป็นผู้ชนะในเชิงจำนวนที่นั่ง แต่ในสมการการเมืองปี 2569 พรรคนี้กำลังเดินเกมอย่างระมัดระวังและมีทิศทางชัดเจน สามขุนพลจึงไม่ใช่เพียงภาพสัญลักษณ์ แต่เป็นกลไกสำคัญที่อาจพาพรรคผ่าน “ประตูสภา” และสร้างพื้นที่ให้การเมืองทางเลือกมีตัวตนในระบบรัฐสภา
ในสนามที่ประชาชนจำนวนหนึ่งเริ่มมองหาเสียงที่แตกต่าง พรรคทางเลือกใหม่จึงเป็นพรรคเล็กที่ไม่อาจมองข้ามในโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้///