ตีแผ่วิกฤตสินค้าไร้มาตรฐานเปิดลิสต์“สินค้าอันตรายใกล้ตัว’”จากผักผลไม้สารพิษ-ยาปลอม ลามถึงโซลาร์เซลล์เถื่อนเสี่ยงไฟไหม้มหันตภัยผู้บริโภคสู่พิมพ์เขียวคุณภาพประเทศ(NQI)

ตีแผ่วิกฤตสินค้าไร้มาตรฐานเปิดลิสต์“สินค้าอันตรายใกล้ตัว’”จากผักผลไม้สารพิษ-ยาปลอม ลามถึงโซลาร์เซลล์เถื่อนเสี่ยงไฟไหม้มหันตภัยผู้บริโภคสู่พิมพ์เขียวคุณภาพประเทศ(NQI)

 

นายอลงกรณ์ พลบุตร
ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ.(FKII Thailand)ผู้ร่วมก่อตั้งสมาคมส่งเสริมระบบมาตรฐานประเทศไทย(TSA)
อดีตรัฐมนตรีและ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนำเสนอ
รายงานพิเศษ
“อันตรายสินค้าไร้มาตรฐาน
มหันตภัยผู้บริโภคสู่พิมพ์เขียวคุณภาพประเทศ(NQI)”
นับเป็นการตีแผ่วิกฤตสินค้าไร้มาตรฐาน
เปิดลิสต์“สินค้าอันตรายใกล้ตัว’”จากผักผลไม้สารพิษ-ยาปลอม ลามถึงโซลาร์เซลล์เถื่อนเสี่ยงไฟไหม้ที่น่าสนใจและยังเสนอแนวทางแก้ไขอย่างชัดเจนโดยมีเนื้อหาดังนี้

“….วิกฤตการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายสินค้าปลอม สินค้าเถื่อน และสินค้าไม่ได้มาตรฐาน ได้ขยายวงกว้างจากสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปเข้าสู่อุปกรณ์ไอที สมาร์ตโฟน โซลาร์เซลล์ ยาอาหารเสริมสกินแคร์ สินค้าเกษตรผักผลไม้อาหารในชีวิตประจำวัน
ปัจจุบันสินค้าอันตรายไร้มาตรฐานได้แทรกซึมเข้าสู่ชีวิตประจำวันอย่างน้อย 12 กลุ่มโดยมีตัวเลขสถิติความเสียหายและการปราบปรามดังนี้
1. โซลาร์รูฟท็อปและอุปกรณ์ติดตั้งพฤติการณ์ความเสี่ยง: แผงโซลาร์เซลล์เกรดต่ำย้อมแมวขาย, อินเวอร์เตอร์เถื่อนไม่ผ่านการรับรองจากการไฟฟ้าฯ (MEA/PEA), สายไฟ Solar Cable (DC) คุณภาพต่ำไม่ทนรังสี UV และขาดระบบตัดไฟอาร์ก (Arc-Fault) ส่งผลให้เกิดความร้อนสะสม ลัดวงจร และเพลิงไหม้หลังคาบ้าน


สถิติการจับกุมล่าสุด: สมอ. ร่วมกับ บก.ปคบ. ตรวจยึดแผงโซลาร์เซลล์ อินเวอร์เตอร์ และอุปกรณ์แปลงไฟแรงดันต่ำที่ลักลอบนำเข้าโดยไม่มี มอก. ภาคบังคับ (มอก. 61215 / มอก. 61730) รวมกว่า 12,000 ชิ้น มูลค่าความเสียหายกว่า 38 ล้านบาท พร้อมเร่งยกระดับมาตรฐานภาคบังคับคุมเข้มทั้งระบบ
2. ผักผลไม้นำเข้าปนเปื้อนสารเคมี
พฤติการณ์ความเสี่ยง: สุ่มตรวจผักผลไม้นำเข้ายอดนิยม เช่น องุ่นไชน์มัสแคท ส้ม แอปเปิ้ล เซเลอรี และพริกหวาน พบสารเคมีตกค้างและยาฆ่าแมลงเกินมาตรฐานความปลอดภัย (MRL) ชนิดดูดซึมล้างไม่ออก รวมถึงตรวจพบวัตถุอันตรายทางการเกษตรที่แบนตามกฎหมายไทย เช่น คลอร์ไพริฟอส
สถิติการจับกุมล่าสุด: จากการสุ่มตรวจตัวอย่างหน้าด่านและตลาดค้าส่ง พบสารเคมีตกค้างเกินเกณฑ์สูงถึง 70 – 80% ของตัวอย่าง นำไปสู่การใช้มาตรการกักตรวจ (Hold-Test-Release) ณ ด่านนำเข้าหลัก สกัดกั้นและผลักดันส่งกลับ (Re-export) สินค้าเกษตรไม่ได้มาตรฐานออกนอกประเทศแล้วกว่า 74 รายการ รวมปริมาณหลายร้อยตัน

3. ยารักษาโรคและเวชภัณฑ์
พฤติการณ์ความเสี่ยง: ยาแก้ไอผสมสารเสพติด ยาปฏิชีวนะเถื่อน และยานอนหลับปลอม ลักลอบผสมและแบ่งบรรจุในโกดังสกปรก เสี่ยงไตวาย เชื้อดื้อยา และเป็นพิษเฉียบพลันถึงแก่ชีวิต
สถิติการจับกุมล่าสุด: บก.ปคบ. ร่วมกับ อย. ทลายแหล่งผลิตและโกดังยาแก้ไอปลอมรายใหญ่ ตรวจยึดยาแก้ไอสำเร็จรูป วัตถุดิบ และบรรจุภัณฑ์รวมกว่า 172,000 ชิ้น/ขวด และกวาดล้างยาแผนปัจจุบันเถื่อน คิดเป็นมูลค่าของกลางรวมกว่า 24.5 ล้านบาท
4. เครื่องปรุงรสและอาหารแปรรูปพฤติการณ์ความเสี่ยง: กว้านซื้อซองและขวดเก่ามารีไซเคิลบรรจุใหม่ ผสมเกลือ น้ำตาล และสารเคมีไม่ได้มาตรฐาน ปลอมเป็นผงชูรส ผงปรุงรส น้ำปลา และน้ำส้มสายชู ส่งขายตลาดสดและร้านอาหาร เสี่ยงสะสมโลหะหนักและกรดกัดกระเพาะ
สถิติการจับกุมล่าสุด: ปฏิบัติการกวาดล้างขบวนการผลิต “ผงชูรส–ผงปรุงรสปลอมแบรนด์ดัง” ตรวจยึดของกลางรวม 24,918 ชิ้น (ทั้งผงชูรสบรรจุซอง, สารเคมีผสมกว่า 2.6 ตัน และซองพลาสติกเตรียมบรรจุ) ควบคู่กับการยึดน้ำปลา-น้ำส้มสายชูเถื่อนอีกกว่า 10,000 ขวด

5. สกินแคร์และอาหารเสริม
พฤติการณ์ความเสี่ยง: ครีมหน้าขาว กาแฟคุมหิว และอาหารเสริมลดน้ำหนัก ปลอมฉลากแบรนด์ดังและสวมเลข อย. ปลอม ลักลอบผสมสารปรอท สเตียรอยด์ ไฮโดรควิโนน และไซบูทรามีน เสี่ยงตับวายและหัวใจวายเฉียบพลัน
สถิติการจับกุมล่าสุด: อย. บูรณาการร่วมกับ บก.ปคบ. ทลายโรงงานเถื่อนและเครือข่ายจำหน่ายออนไลน์ ยึดเครื่องสำอางปลอม วัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดความอ้วนเถื่อนรวมกว่า 1,234,000 ชิ้น มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 32 ล้านบาท
6. อุปกรณ์ความปลอดภัยและอะไหล่ยานยนต์
พฤติการณ์ความเสี่ยง: หมวกกันน็อกเถื่อนปลอมเครื่องหมาย มอก., ยางรถยนต์ค้างสต็อกย้อมแมว และผ้าเบรกผสมแร่ใยหิน ไร้ประสิทธิภาพ หมวกแตกละเอียดไม่ซับแรงกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และเบรกแตกบนท้องถนน
สถิติการจับกุมล่าสุด: สมอ. บุกทลายคลังสินค้าย่านบางขุนเทียนและโกดังกระจายสินค้า ตรวจยึดหมวกกันน็อกเถื่อน-ปลอม มอก. ล็อตเดียวกว่า 9,600 ใบ พร้อมตรวจยึดอะไหล่และยางรถยนต์ไม่ได้มาตรฐาน รวมมูลค่ากว่า 15 ล้านบาท
7. วัสดุก่อสร้างและโครงสร้างอาคารพฤติการณ์ความเสี่ยง: เหล็กเส้นไม่ได้มาตรฐาน (เหล็กเบา เหล็กไม่ได้ มอก.), สายไฟโครงสร้างบ้านแกนทองแดงไม่ได้ขนาด และสีทาอาคารปนเปื้อนสารตะกั่ว เสี่ยงอาคารแตกร้าว ทรุดถล่มเช่นกรณีตึกสตง. และไฟฟ้าลัดวงจรทั้งหลัง
สถิติการจับกุมล่าสุด: เจ้าหน้าที่ สมอ. ลงพื้นที่ตรวจโรงงานและโกดังวัสดุก่อสร้าง อายัดเหล็กเส้นเบา เหล็กโครงสร้าง และสายไฟไม่ได้มาตรฐาน มอก. รวมมูลค่าของกลางกว่า 43 ล้านบาท
8. มือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์เสริม
พฤติการณ์ความเสี่ยง: หัวชาร์จเร็ว สายชาร์จ พาวเวอร์แบงก์ และแบตเตอรี่มือถือปลอมแบรนด์ดัง แผงวงจรตัดระบบป้องกันไฟเกิน (Overcharge Protection) ขาด มอก. 2879-2560 เสี่ยงแบตเตอรี่บวม ระเบิด และไฟฟ้ารั่วดูดขณะใช้งาน
สถิติการจับกุมล่าสุด: บก.ปอศ., บก.ปคบ. และ สมอ. บุกค้นโกดังออนไลน์ ยึดอุปกรณ์มือถือ-ไอทีปลอมกว่า 15,000 ชิ้น พร้อมยึดสายชาร์จ หัวชาร์จ และพาวเวอร์แบงก์ไร้ มอก. อีกกว่า 68,000 ชิ้น มูลค่ารวมกว่า 53 ล้านบาท
9. เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน
พฤติการณ์ความเสี่ยง: ปลั๊กพ่วง หม้อทอดไร้น้ำมัน ไดร์เป่าผม และกาต้มน้ำไฟฟ้า เลี่ยง มอก. ภาคบังคับ สายไฟทองแดงเส้นเล็ก ไม่ทนความร้อนสูง ไร้ระบบตัดไฟอัตโนมัติ ต้นเหตุอันดับหนึ่งของไฟไหม้บ้าน
สถิติการจับกุมล่าสุด: ตรวจยึดเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนและปลั๊กพ่วงไม่ได้มาตรฐานตามร้านค้าส่งและโกดังแพลตฟอร์มข้ามพรมแดน รวมกว่า 45,000 ชิ้น มูลค่าความเสียหายกว่า 22 ล้านบาท
10. อุปกรณ์ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV)
พฤติการณ์ความเสี่ยง:
ตู้ชาร์จติดผนัง (Wallbox) และสายชาร์จฉุกเฉินราคาถูก นำเข้าโดยไม่ผ่านการทดสอบ ขาดระบบตัดวงจรไฟฟ้ารั่วกระแสตรง (RCD Type B) และไม่ผ่านเกณฑ์ EMC เสี่ยงเพลิงไหม้โรงจอดรถและระบบไฟตัวรถพังเสียหาย
สถิติการจับกุมล่าสุด: สมอ. ร่วมกับด่านศุลกากร สกัดตรวจยึดตู้ชาร์จ Wallbox และสายชาร์จ EV พกพาไร้มาตรฐานที่ลักลอบนำเข้าผ่านช่องทางพรมแดนและโกดังนำเข้า รวมกว่า 1,800 ชุด มูลค่ากว่า 16 ล้านบาท
11. อุปกรณ์ช่างและเครื่องมือก่อสร้างพฤติการณ์ความเสี่ยง: หินเจียร (ลูกหมู), สว่านไร้สาย, ตู้เชื่อม และใบตัดไฟเบอร์เกรดต่ำ ไร้ตาข่ายเสริมแรงเหนียว มอเตอร์ระบายความร้อนไม่ได้ ใบตัดแตกกระเด็นด้วยความเร็วรอบสูงปักร่างกายผู้ใช้งานจนพิการหรือเสียชีวิตสถิติการจับกุมล่าสุด: ปฏิบัติการตรวจค้นโกดังเครื่องมือช่างนำเข้าราคาถูก ตรวจยึดใบตัด หินเจียร และเครื่องมือไฟฟ้าไร้มาตรฐาน มอก. รวมกว่า 35,000 ชิ้น มูลค่าความเสียหายกว่า 14 ล้านบาท
12. สินค้าแม่และเด็ก & ของเล่นพฤติการณ์ความเสี่ยง: จุกนมหลอก ขวดนม ยางกัด ของเล่นพลาสติกรีไซเคิลสีฉูดฉาด และคาร์ซีทราคาประหยัด พบการปนเปื้อนสารพลาสติไซเซอร์ (Phthalates) และสารตะกั่ว คาร์ซีทโครงสร้างเปราะแตกหักง่ายเมื่อเกิดแรงกระแทก
สถิติการจับกุมล่าสุด: บก.ปคบ. และ สมอ. ทลายโกดังของเล่นเด็กและอุปกรณ์แม่และเด็กไม่มี มอก. ตรวจยึดของเล่นเด็กไม่ได้มาตรฐานกว่า 40,000 ชิ้น พร้อมจุกนมและคาร์ซีทเถื่อน รวมมูลค่าของกลางกว่า 8 ล้านบาท

พิมพ์เขียวป้องกันและปราบปรามอัพเกรดคุณภาพมาตรฐานประเทศ
1. ยกระดับด่านตรวจนำเข้าทุกด่าน:
ปรับใช้มาตรการ “กักและตรวจก่อนปล่อย” (Hold & Test) สุ่มตรวจเข้มข้น 100% ในกลุ่มสินค้าเกษตรอาหารเสี่ยงสูง พร้อมติดตั้งชุดตรวจเร็ว (Rapid Test Kits/Mobile Labs) ประจำด่านชายแดนและท่าเรือ
2. คุมเข้มมาตรฐานอุปกรณ์พลังงานสะอาดและอุปกรณ์ก่อสร้าง:
บูรณาการ สมอ. ร่วมกับ กกพ., MEA และ PEA บังคับใช้มาตรฐาน มอก. แผงโซลาร์เซลล์ (มอก. 61215 / มอก. 61730) และอินเวอร์เตอร์อย่างเคร่งครัด พร้อมสุ่มตรวจคลังสินค้าและแพลตฟอร์มออนไลน์ที่จำหน่ายชุดโซลาร์เซลล์ DIY เถื่อน
3. สกัดกั้น Free Zone & บังคับความรับผิดชอบแพลตฟอร์ม:
ปิดช่องโหว่ภาษีคลังสินค้าทัณฑ์บน และบังคับกฎหมายให้แพลตฟอร์ม E-Commerce ร่วมรับผิดทางแพ่งและอาญาหากปล่อยให้จำหน่ายสินค้าผิดกฎหมาย
4. ใช้เทคโนโลยี Digital Traceability: ตรวจสอบย้อนกลับเลข อย., มอก. และ กสทช. ผ่าน QR Code แบบเรียลไทม์
5. ลงโทษขั้นรุนแรง:
ใช้มาตรการยึดทรัพย์ตามกฎหมายฟอกเงิน (ปปง.) จัดเป็นความผิดฐาน “เจตนาก่ออันตรายต่อชีวิตสาธารณะ”
6. แจ้งเบาะแสดิจิทัล “โมเดลทราฟฟี่ฟองดูว์คุ้มครองผู้บริโภค”:
สร้างระบบดิจิทัลให้ประชาชนถ่ายภาพ ปักหมุด ส่งเบาะแสตรงถึง อย., สมอ., กรมศุลกากร, ตำรวจ ปคบ.และปอศ. พร้อมแดชบอร์ดติดตามคดีแบบเรียลไทม์
7. สร้างภูมิคุ้มกันผู้บริโภคผ่านหลัก “3 ไม่”:
ไม่เชื่อ (ของถูกเกินจริง) ไม่ซื้อ (ไร้ มอก. อย. ฉลากไทย) ไม่ยอม (พบเห็นแจ้งเบาะแสดิจิทัลทันที)

บทสรุป
วิกฤตสินค้าปลอม สินค้าเถื่อน และสินค้าไร้มาตรฐานในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงประเด็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหรือการค้าขายที่ผิดกฎหมายทั่วไป แต่ได้ทวีความรุนแรงจนกลายเป็น “ภัยคุกคามต่อความมั่นคงในชีวิต ทรัพย์สิน และสุขภาวะของประชาชนในระดับชาติ” การแก้ปัญหาด้วยการไล่จับกุมปลายทางตามกระแสข่าวไม่สามารถสกัดกั้นปริมาณสินค้าข้ามพรมแดนที่ไหลทะลัก 100–120 ล้านชิ้นต่อปีแต่สุ่มตรวจได้ไม่ถึง 3% ผ่านทั้งช่องทางดิจิทัลและด่านพรมแดน ทั้งนี้ตัวเลขความเสียหายจากภัยไซเบอร์-หลอกขายสินค้าปลอมคิดเป็นมูลค่ากว่า 65,000 ล้านบาท
ประเทศไทยจำเป็นต้องยกระดับการแก้ไขอย่างเบ็ดเสร็จผ่านการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานด้านคุณภาพของประเทศ (NQI) คุมเข้มและกักตรวจสินค้าเกษตรอาหาร ณ ด่านนำเข้าทุกด่านอย่างจริงจัง บังคับใช้กฎหมายกับแพลตฟอร์มตัวกลางอย่างเคร่งครัด ปิดช่องโหว่ทางภาษีและศุลกากร สนับสนุนเทคโนโลยีงบประมาณกำลังคนหน่วยงานภาครัฐที่ขาดแคลนและพลิกบทบาทผู้บริโภคจาก “ผู้รับเคราะห์” มาเป็น “เครือข่ายผู้ตรวจจับ” ผ่านนวัตกรรมแจ้งเบาะแสดิจิทัล เพื่อหยุดยั้งไม่ให้ระบบตลาดไทยกลายเป็นถังขยะของสินค้าไร้มาตรฐานและสารพิษตกค้างเป็นมหันตภัยสำหรับผู้บริโภคทั้งประเทศ
นี่คือเหตุผลสำคัญที่มีการจัดตั้ง สมาคมส่งเสริมระบบมาตรฐานในประเทศไทย (Thailand Standards Association: TSA) และเครือข่ายพันธมิตรมาตรฐาน (Standards Alliance) ขึ้นมาเป็นกลไกฟันเฟืองใหม่ เพื่อทำหน้าที่ประสานความร่วมมือและบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันวิชาการ และภาคประชาสังคม เชื่อมโยงทุกมิติของการตรวจสอบ รับรอง และเฝ้าระวังอย่างเป็นเอกภาพ ทั้งนี้ก็เพื่อเป้าหมายสำคัญในการปกป้องคุ้มครองสิทธิและความปลอดภัยของผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการยกระดับและสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่สินค้าและบริการของไทยในเวทีสากลได้อย่างแท้จริงและยั่งยืน.