ร้อยเอ็ด- “บิ๊กเต่า” ควงอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ลุยทุ่งกุลา สางปมงบฯ สร้างถังส่งน้ำรวม 94 ล้าน “กำนัน” รับเสนอของบฯ เองจากส่วนกลาง ยันทำเพื่อเกษตรกร

ร้อยเอ็ด – “บิ๊กเต่า” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง ลงพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ จ.ร้อยเอ็ด พร้อมอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.-ป.ป.ท. ตรวจสอบโครงการพัฒนาระบบกักเก็บและกระจายน้ำ หลังได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับโครงการพัฒนาที่ดิน 4 จุด ใช้งบประมาณรวมกว่า 94 ล้านบาท โดยมีข้อสังเกตทั้งเรื่องการกระจุกตัวของโครงการในพื้นที่ใกล้เคียงกัน และประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์หลังการก่อสร้าง ขณะที่กำนันตำบลทุ่งกุลารับเป็นผู้เสนอขอรับงบประมาณจากส่วนกลางด้วยตนเอง ยืนยันเจตนาต้องการแก้ปัญหาแหล่งน้ำและสร้างประโยชน์ให้เกษตรกร

 

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง หรือ “บิ๊กเต่า” พร้อมด้วย นางสาวสุมิตรา วัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน นายอดุลย์ วันดี รักษาราชการแทน ผอ.ป.ป.ช.ร้อยเอ็ด เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่โรงสูบน้ำ โครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้สู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ บ้านขวาว หมู่ 9 ตำบลทุ่งกุลา อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโครงการพัฒนาระบบกักเก็บและกระจายน้ำ หลังมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการใช้งบประมาณโครงการพัฒนาที่ดินจำนวน 4 จุด รวมวงเงินกว่า 94 ล้านบาท โดยมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการกระจุกตัวของโครงการในพื้นที่เดียวกัน รวมถึงบางโครงการที่ก่อสร้างแล้ว แต่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

คณะตรวจสอบได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพจริงของโครงการ ทั้งระบบกักเก็บน้ำ ระบบสูบน้ำ จุดติดตั้งอุปกรณ์ ตลอดจนพื้นที่การเกษตรที่อยู่ในแผนรับประโยชน์ พร้อมสอบถามข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับรายละเอียดในเอกสารโครงการ แบบแปลน และเงื่อนไขที่ได้รับอนุมัติจากส่วนกลาง

สำหรับโครงการที่ถูกร้องเรียน เป็นโครงการของกรมพัฒนาที่ดินซึ่งดำเนินการในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ต่อเนื่องหลายปีงบประมาณ ได้แก่ ปี 2566, 2567 และ 2568 รวมวงเงินกว่า 94 ล้านบาท โดยประเด็นที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบครอบคลุมทั้งการกระจายงบประมาณ การดำเนินโครงการในพื้นที่ใกล้เคียงกัน ตลอดจนประสิทธิภาพของระบบน้ำภายหลังการก่อสร้าง

กำนันรับเสนอของบฯ เอง ยืนยันทำเพื่อเกษตรกร

ระหว่างการตรวจสอบ นายพูล บัวลี กำนันตำบลทุ่งกุลา ได้ชี้แจงต่อคณะตรวจสอบว่า ตนเองเป็นผู้เสนอขอรับงบประมาณจากส่วนกลางทั้งหมดด้วยตนเอง เนื่องจากเห็นความจำเป็นในการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบบริหารจัดการน้ำ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่เกษตรกรในพื้นที่ โดยยืนยันว่าการดำเนินโครงการเป็นไปตามแบบแปลนและรายละเอียดที่หน่วยงานส่วนกลางกำหนด

กำนันตำบลทุ่งกุลายังยืนยันว่า การเสนอของบประมาณมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาและสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยยึดประโยชน์ของเกษตรกรและท้องถิ่นเป็นสำคัญ พร้อมยืนยันว่าโครงการดำเนินการตามขั้นตอนและแบบแปลนที่กำหนดจากส่วนกลาง

อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ชี้ต้องตรวจสอบกรณีโครงการทับซ้อน

ด้าน นางสาวสุมิตรา วัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า การร้องเรียนที่เกิดขึ้นมีทั้งจากหน่วยงานภายในและภายนอก โดยมีข้อสังเกตเกี่ยวกับความทับซ้อนของโครงการ รวมถึงบางโครงการที่ก่อสร้างเสร็จแล้วแต่ยังไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

“วันนี้เป็นโอกาสที่ดีที่ได้เชิญหน่วยงานทั้ง ป.ป.ช. ป.ป.ท. และหน่วยสืบสวนกลาง เข้ามาร่วมให้ข้อคิดเห็นและตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่จริง เพื่อจะได้นำรายละเอียดและข้อมูลของแต่ละโครงการกลับไปตรวจสอบในเชิงลึกต่อไป” อธิบดีกรมพัฒนาที่ดินกล่าว

“บิ๊กเต่า” ชี้ต้องตรวจตั้งแต่ “กระดุมเม็ดแรก”

ขณะที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง กล่าวว่า ประเด็นที่น่าเป็นห่วงคือโครงการที่ใช้งบประมาณเกี่ยวกับการกระจายน้ำ หากมีข้อบกพร่องแล้วปล่อยให้เกิดขึ้นต่อเนื่อง อาจทำให้งบประมาณของประเทศที่จัดสรรลงไปไม่สามารถสร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนได้อย่างเต็มที่ จึงจำเป็นต้องให้หน่วยงานตรวจสอบเข้ามาร่วมกันดูแล

“ถ้างบประมาณที่ลงมาไม่มีการทุจริต และสามารถทำแล้วเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน เราก็เห็นด้วย แต่จากภาพที่เห็นในพื้นที่ รวมถึงข้อมูลเบื้องต้น ยังมีข้อสงสัยหลายส่วนที่ต้องตรวจสอบต่อ” พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าว

รองผู้บัญชาการสอบสวนกลางยังเน้นย้ำว่า การดำเนินโครงการของรัฐต้องเริ่มตั้งแต่ “กระดุมเม็ดแรก” คือการสำรวจและตรวจสอบพื้นที่ให้ชัดเจนว่ามีปัญหาอะไร แหล่งน้ำต้นทุนมีเพียงพอหรือไม่ และเมื่อก่อสร้างแล้วจะสามารถใช้ประโยชน์ได้จริงหรือไม่ ก่อนเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและก่อสร้าง

ป.ป.ช.ร้อยเอ็ด เตือนโครงการใหญ่ต้องเคลียร์เรื่องพื้นที่ตั้งแต่ต้น

ด้าน นายอดุลย์ วันดี รักษาราชการแทน ผอ.ป.ป.ช.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า โครงการขนาดใหญ่ที่ใช้งบประมาณสูง การริเริ่มโครงการจำเป็นต้องมีการสำรวจและตรวจสอบอย่างรอบด้าน ทั้งปัญหา อุปสรรค การประสานงานระหว่างหน่วยงาน และโดยเฉพาะการขออนุญาตใช้พื้นที่ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของโครงการ

หากดำเนินการในส่วนดังกล่าวไม่ถูกต้อง อาจส่งผลกระทบต่อโครงการในระยะยาว และทำให้โครงการไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ หรือใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

เดินหน้าตรวจเอกสาร-แบบแปลน-จัดซื้อจัดจ้าง หาคำตอบ 94 ล้าน

ภายหลังการลงพื้นที่ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ป.ป.ท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะนำข้อมูลจากการตรวจสอบภาคสนาม รวมถึงเอกสารโครงการ รายละเอียดแบบแปลน พิกัดพื้นที่ กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เอกสารตรวจรับงาน และข้อมูลการใช้งานจริง ไปตรวจสอบเพิ่มเติม เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงว่าโครงการทั้งหมดดำเนินการถูกต้องตามระเบียบและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการใช้งบประมาณหรือไม่

อย่างไรก็ตาม การลงพื้นที่ครั้งนี้ ยังเป็นเพียงขั้นตอนการตรวจสอบข้อเท็จจริง และยังไม่มีข้อสรุปว่ามีการทุจริต โดยผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายยังมีสิทธิชี้แจงข้อมูล เอกสาร และข้อเท็จจริงได้อย่างครบถ้วนตามกระบวนการตรวจสอบ

ประเด็นที่ต้องติดตามต่อจากนี้ คือ งบประมาณกว่า 94 ล้านบาท ที่ถูกจัดสรรลงสู่พื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ถูกใช้ดำเนินการตามแบบแปลนและวัตถุประสงค์ครบถ้วนหรือไม่ โครงการต่าง ๆ มีความซ้ำซ้อนกันหรือไม่ และระบบกักเก็บ-กระจายน้ำที่ก่อสร้างขึ้นสามารถใช้งานได้จริง และสร้างประโยชน์แก่เกษตรกรได้เต็มประสิทธิภาพเพียงใด

โกสิทธิ์/ร้อยเอ็ด(ห)
081-090-4191