ปทุมธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ยิ่งใหญ่933 บัณฑิต ซ้อมรับพระราชทานปริญญาบัตร

บรรยากาศเต็มไปด้วยความปลื้มปีติและความภาคภูมิใจ สำหรับพิธีซ้อมรับพระราชทานปริญญาบัตร ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2567 ของ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความยินดีของเหล่าบัณฑิต คณาจารย์ บุคลากร ตลอดจนผู้ปกครองและครอบครัวที่มาร่วมแสดงความยินดีในความสำเร็จครั้งสำคัญของชีวิต

วันที่ 3 กันยายน 2569 รองศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ คชสิทธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้กล่าวต้อนรับและให้โอวาทแก่บัณฑิต ในงานปฐมนิเทศและพิธีซ้อมรับพระราชทานปริญญาบัตร ประจำปีการศึกษา 2567
พร้อมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนและแนวปฏิบัติในการเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร เพื่อให้บัณฑิตทุกคนสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง สง่างาม และสมพระเกียรติ

  

สำหรับปีนี้ มีผู้สำเร็จการศึกษาที่เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ทั้งระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก รวมทั้งสิ้น 933 คน นับเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัย และเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของบัณฑิตทุกคนที่ได้มุ่งมั่นศึกษาเล่าเรียนจนก้าวมาถึงวันแห่งความสำเร็จ การจัดพิธีซ้อมรับพระราชทานปริญญาบัตร กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–3 กันยายน 2569 ณ หอประชุมวไลยอลงกรณ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยบรรยากาศตลอดทั้งงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเปี่ยมด้วยความปลื้มปีติ เหล่าบัณฑิตต่างพร้อมใจกันสวมครุยอย่างสง่างาม เข้าร่วมการฝึกซ้อมตามขั้นตอนอย่างตั้งใจ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับวันสำคัญที่รอคอย

   

และในวันที่ 5 กันยายน 2569 บัณฑิตผู้สำเร็จการศึกษาจะเข้าร่วม พิธีรับพระราชทานปริญญาบัตร ณ หอประชุมสิริวรปัญญา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์แห่งความภาคภูมิใจของบัณฑิตและครอบครัว จากวันแรกที่ก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย สู่วันที่สวมครุยแห่งความสำเร็จ ทุกหยาดเหงื่อ ทุกความพยายาม และทุกกำลังใจจากครอบครัว ล้วนหลอมรวมเป็นความสำเร็จในวันนี้ 933 ความสำเร็จ 933 ความภาคภูมิใจ และ 933 ก้าวสำคัญสู่อนาคต มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอแสดงความยินดีกับบัณฑิตผู้สำเร็จการศึกษาทุกคน พร้อมขอให้ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่ได้รับจากรั้วมหาวิทยาลัย เป็นพลังสำคัญในการก้าวเดินบนเส้นทางชีวิตและสร้างคุณประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติต่อไป

     

ภาพ/ข่าว วะจะนะชัย วาจาพารวย/รายงาน