สงขลา-“อนุทิน” เป็นสักขีพยานลงนาม MOU สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา-สะพานเชื่อมเกาะลันตา ชู “สะพานแห่งโอกาส”

สงขลา-“อนุทิน” เป็นสักขีพยานลงนาม MOU สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา-สะพานเชื่อมเกาะลันตา ชู “สะพานแห่งโอกาส”

 

 

วันนี้ (31 สิงหาคม 2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เดินหน้าโครงการก่อสร้าง สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา เชื่อม อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา กับ อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง และ โครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา จ.กระบี่ โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยอธิบดีกรมทางหลวง ตัวแทนธนาคารโลก (World Bank) หัวหน้าส่วนราชการ ภาคประชาชนจากสงขลาและกระบี่ รวมถึงสื่อมวลชน เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

 
นายอนุทินกล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้เห็นโครงการที่เป็นความฝันของประชาชนในพื้นที่ภาคใต้เดินหน้าเข้าสู่ความเป็นจริง โดยเฉพาะสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต ลดระยะเวลาและต้นทุนการเดินทาง พร้อมเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนในพื้นที่
นายอนุทิน ระบุว่า หากโครงการแล้วเสร็จ การเดินทางระหว่างสงขลาและพัทลุงจะสะดวกและรวดเร็วขึ้น จากเดิมที่ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง อาจลดเหลือประมาณ 15-30 นาที ขณะเดียวกันสะพานเชื่อมเกาะลันตาจะเชื่อมโยง เกาะลันตาน้อย เกาะลันตาใหญ่ และพื้นที่แผ่นดินใหญ่ เพิ่มความสะดวกด้านการเดินทาง การขนส่ง การท่องเที่ยว และการให้บริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน

 
“สะพานทั้งสองแห่งถือเป็น สะพานแห่งโอกาส ที่จะช่วยเชื่อมโยงเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการคมนาคมของภาคใต้ โดยรัฐบาลตั้งใจพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างยั่งยืน” นายอนุทินกล่าว
สำหรับพื้นที่ดำเนินโครงการมีความละเอียดอ่อนด้านระบบนิเวศ โดยเฉพาะทะเลสาบสงขลา ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของโลมาอิรวดีและมีทรัพยากรธรรมชาติสำคัญ รัฐบาลจึงกำชับให้ดำเนินโครงการภายใต้มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไม่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ
นายอนุทิน ยังกล่าวถึงแนวคิด “Missing Link” หรือการเติมเต็มจุดเชื่อมต่อของโครงข่ายคมนาคม โดยมองว่าการเชื่อมโยงเส้นทางทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน จะช่วยเพิ่มศักยภาพของภาคใต้ในด้านโลจิสติกส์ การค้า การท่องเที่ยว และการกระจายรายได้ พร้อมยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อของภูมิภาคอาเซียน

 
ด้านการท่องเที่ยว สะพานทั้งสองโครงการจะช่วยเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวฝั่งอ่าวไทยกับฝั่งอันดามัน เพิ่มศักยภาพพื้นที่เกาะลันตาและพื้นที่โดยรอบทะเลสาบสงขลา ขณะเดียวกันยังมีแนวคิดพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับจักรยาน เพื่อรองรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 
นายอนุทิน กล่าวขอบคุณธนาคารโลกที่มีส่วนร่วมในการวางแผนและผลักดันการพัฒนา พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้รับจ้าง และเจ้าหน้าที่ ให้ปฏิบัติตามมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด เพื่อให้สะพานทั้งสองแห่งเป็นทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงประชาชนและเศรษฐกิจ และเป็นการอยู่ร่วมกันระหว่างการพัฒนากับธรรมชาติอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ นายอนุทิน ยืนยันว่า ตนและนายพิพัฒน์จะผลักดันให้โครงการทั้งสองแห่งเดินหน้าและก่อสร้างแล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในพื้นที่และการพัฒนาภาคใต้ในระยะยาว

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา