นายกฯ ตรวจความพร้อมรบกองทัพเรือ ภารกิจป้องกันประเทศ การรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ตลอดจนการช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติ
นายกฯ ตรวจความพร้อมรบกองทัพเรือ ภารกิจป้องกันประเทศ การรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ตลอดจนการช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติ
วันที่ 27 ส.ค. 69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมการฝึกกองเรือปฏิบัติการเฉพาะกิจ บริเวณอ่าวไทยตอนบนและสนามฝึกกองทัพเรือหมายเลข 15 (หาดยาว) อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อรับทราบการเตรียมกำลังและความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ ตามนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือที่กำหนดให้ปี 2569 เป็น “ปีแห่งความพร้อมรบของกองทัพเรือ” โดยมี พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้การต้อนรับ

สำหรับ การตรวจเยี่ยมครั้งนี้มุ่งแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของกองทัพเรือทั้งด้านกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และยุทธวิธี รวมถึงการบูรณาการกำลังทางเรือ กำลังทางอากาศ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ และระบบบัญชาการควบคุม ให้สามารถปฏิบัติภารกิจร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมการปฏิบัติการบนเรือหลวงจักรีนฤเบศร รับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์และแนวความคิดการใช้กำลัง ชมการยิงสนับสนุนฝั่งด้วยปืนใหญ่เรือ รวมถึงการสาธิตการใช้ยานไร้คนขับ โดยการฝึกดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาแนวคิดการใช้เรือหลวงจักรีนฤเบศรในลักษณะ “UXV Carrier” เพื่อเป็นฐานบัญชาการ ควบคุม และสนับสนุนการปฏิบัติการของระบบไร้คนขับในหลายมิติ ทั้งการลาดตระเวน เฝ้าตรวจ ค้นหา และชี้เป้า ช่วยเพิ่มระยะและความต่อเนื่องในการปฏิบัติการ ลดความเสี่ยงต่อกำลังพล และเสริมประสิทธิภาพให้แก่กำลังรบหลักของกองทัพเรือ

ขณะที่ เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นเรือฟริเกตสมรรถนะสูงและหนึ่งในกำลังรบหลักของกองทัพเรือ ได้เข้าร่วมการฝึกอย่างเต็มภารกิจ เพื่อแสดงขีดความสามารถด้านการตรวจการณ์ การพิสูจน์ทราบและโจมตีเป้าหมาย การบัญชาการควบคุม ตลอดจนการปฏิบัติการร่วมกับเรือ อากาศยาน และหน่วยกำลังอื่น

การฝึกครั้งนี้ยังสะท้อนบทบาทสำคัญของเรือฟริเกตสมรรถนะสูงในฐานะแกนหลักของกองเรือ ทั้งด้านการป้องกันภัยทางอากาศ การต่อต้านเรือผิวน้ำและเรือดำน้ำ การเชื่อมโยงข้อมูล และการควบคุมการปฏิบัติการทางทะเล อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกองทัพเรือมีเรือฟริเกตสมรรถนะสูงในระดับดังกล่าวจำนวนจำกัด ขณะที่ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคกำลังพัฒนากำลังทางเรือและเทคโนโลยีทางทหารอย่างต่อเนื่อง

ต่อมา นายกรัฐมนตรีและคณะได้ นั่ง อากาศยาน เฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำ S-70B Sea Hawk จากเรือหลวงจักรีนฤเบศร มาตรวจเยี่ยมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์สำหรับการบรรเทาสาธารณภัยขนาดใหญ่ (Incident Command Center: ICC) ณ สนามฝึกกองทัพเรือหมายเลข 15 พร้อมชมการสาธิตความพร้อมของยุทโธปกรณ์และการบูรณาการระหว่างหน่วย สะท้อนให้เห็นว่าขีดความสามารถของกองทัพเรือสามารถนำมาใช้ได้ทั้งการป้องกันประเทศ การรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ตลอดจนการช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน

การตรวจเยี่ยมครั้งนี้ไม่ได้มุ่งแสดงเพียงความพร้อมของเรือ อากาศยาน หรือระบบอาวุธแต่ละประเภท แต่เป็นการแสดงความพร้อมของกองทัพเรือ “ทั้งระบบ” ตั้งแต่การรับรู้สถานการณ์ การบัญชาการและควบคุม การใช้กำลัง และการส่งกำลังบำรุง ไปจนถึงการช่วยเหลือประชาชน









Users Today : 1976
Users Yesterday : 3524
Views Today : 7861
Who's Online : 42