กาฬสินธุ์ดื่มด่ำย้อนฮีตเปิงอีสานประเพณีลงข่วงเข็นฝ้าย-ฟื้นฟูสอนควายเทียมเกวียน
มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ นำนักศึกษา ประชาชน ย้อนอดีต นำโครงการอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมลงข่วง “สืบสานประเพณีลงข่วงเข็นฝ้าย โสกัน กินปั้นข้าวจี่” ฟื้นฟูและสืบสานประเพณีลงข่วง วิถีชีวิตของชาวอีสาน ให้กลับมาเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งเสริมให้นักศึกษา บุคลากร และชุมชน สร้างมูลค่าเพิ่มเชิงสร้างสรรค์ จากรากฐานวัฒนธรรมและภูมิปัญญา พร้อมจัดแสดงผลสัมฤทธิ์สอนควายแสนรู้เทียมเกวียน อนุรักษ์รากเหง้าของชาวอีสานดั้งเดิม

วันที่ 12 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา (11 มี.ค.69) ที่ลานข่วงวัฒนธรรม ศูนย์ความเป็นเลิศด้านสิ่งทอแพรวากาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พื้นที่นามน อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผวจ.กาฬสินธุ์ มอบหมายนายธนภัทร ณ ระนอง รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดโครงการอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมลงข่วง “สืบสานประเพณีลงข่วงเข็นฝ้าย โสกัน กินปั้นข้าวจี่” โดยมีนางสาวบุญญาภา นาชัยเวียง ปุณณนิฏฐา สส.กาฬสินธุ์ เขต 5, รศ.ดร.สุพรรณ สุดสนธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์, นายอุทัย สิงห์ทอง พัฒนาการ จ.กาฬสินธุ์, นายยุทธนา เกียรติดำเนินงาม นายกสมาคมนักข่าวกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหาร คณาจารย์ ผู้บริหารองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน ผู้นำชุมชน ศิลปิน ประชาชน นักศึกษา ร่วมงานเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ ก่อนการเปิดงาน ได้มีการมอบรางวัลให้กับกลุ่มอาชีพ นักเรียน นักศึกษา ศิลปินพื้นบ้านอีสาน ที่เข้าร่วมกิจกรรม รวมทั้งการแสดงศิลปวัฒนธรรม และน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยกลุ่มสตรี เยาวชน และนักศึกษามหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์
นายธนภัทร ณ ระนอง รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า โครงการอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมลงข่วง “สืบสานประเพณีลงข่วงเข็นฝ้าย โสกัน กินปั้นข้าวจี่” นับเป็นกิจกรรมอันทรงคุณค่าอีกอย่างหนึ่งของมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ เป็นการอนุรักษ์สืบสานมรดกทางภูมิปัญญาของชาวอีสาน ที่เป็นอัตลักษณ์สำคัญ ซึ่งภูมิภาคอื่นไม่มี โดยมีการถ่ายทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ที่ควรจะได้รับการสนับสนุนส่งเสริม ให้มีการขยายผลและต่อยอดต่อไป

นายธนภัทรกล่าวอีกว่า จ.กาฬสินธุ์ ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งอู่อารยธรรม มีความโดดเด่นทั้งในด้านวิถีชีวิต ศิลปะการแสดง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “วิถีการลงข่วง” ที่สืบทอดกันมายาวนาน ในยุคปัจจุบันที่กระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคม การที่จะรักษาอัตลักษณ์และรากฐานทางวัฒนธรรมเหล่านี้ไว้ เป็นความท้าทายอย่างยิ่ง ที่มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่เป็นเสาหลักในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Soft Power เชิงวัฒนธรรม ด้วยการนำภูมิปัญญาดั้งเดิมมาผสมผสาน กับความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการรังสรรค์เมนูอาหารพื้นถิ่น การออกแบบเครื่องแต่งกาย ตลอดจนการรื้อฟื้นวิถีการเข็นฝ้ายและทอผ้า ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้วัฒนธรรมของกาฬสินธุ์ กลับมามีชีวิตชีวา จับต้องได้ และสามารถต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน

ด้าน รศ.ดร.สุพรรณ สุดสนธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ กล่าวว่าการจัดโครงการอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมลงข่วง “สืบสานประเพณีลงข่วงเข็นฝ้าย โสกัน กินปั้นข้าวจี่” เป็นอีกก้าวหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งของมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ที่ได้ร่วมใจกันจัดโครงการอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมลงข่วง “สืบสานประเพณีลงข่วงเข็นฝ้าย โสกัน กินปั้นข้าวจี่” เพื่อฟื้นฟูและสืบสานประเพณีลงข่วง อันเป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมอันงดงามของชาวอีสาน ให้กลับมาเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งเสริมให้นักศึกษา บุคลากร และชุมชน สร้างมูลค่าเพิ่มเชิงสร้างสรรค์ จากฐานวัฒนธรรมและภูมิปัญญา ตลอดจนสร้างความตระหนักรู้แก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป ให้เห็นคุณค่าและร่วมกันอนุรักษ์อัตลักษณ์ ท้องถิ่นมิให้เลือนหาย

รศ.ดร.สุพรรณกล่าวอีกว่า การจัดงานครั้งนี้ ยังมีอีกหลายกิจกรรมที่เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชน นักศึกษา ร่วมอนุรักษ์ฟื้นฟูวัฒนธรรมประเพณีของชาวอีสานให้คงอยู่และมีการสืบสาน เช่น การประกวดสาวไหมปั่นฝ้าย การประกวดวงดนตรีโฟล์คซองพื้นบ้าน การประกวดการทำอาหารพื้นถิ่น การประกวดแต่งกายชุดผู้ไทกาฬสินธุ์ และตลาดข่วงวัฒนธรรม รวมถึงการแสดงจากชุมชนเครือข่ายศิลปวัฒนธรรม การแสดงจากศิลปินผู้อนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมพื้นถิ่น ที่ได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานมากที่สุดอีกกิจกรรมหนึ่ง คือผลสัมฤทธิ์การฝึกสอนควายพันธุ์พื้นเมืองแสนรู้และควายเทียมเกวียน ซึ่งเป็นพาหนะขนส่งของชาวอีสวานดั้งเดิม ให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้อีกด้วย








Users Today : 572
Users Yesterday : 1636
Views Today : 5433
Who's Online : 12