ร้อยเอ็ด…สภาเกษตรกรร้อยเอ็ดนำทัพ บุก ศาลากลาง ยื่นข้อเสนอ แก้ปัญหาโคเนื้อทั้งระบบ หวังเกษตรกรลืมตาอ้าปากได้
ร้อยเอ็ด…สภาเกษตรกรร้อยเอ็ดนำทัพ บุก ศาลากลาง ยื่นข้อเสนอ แก้ปัญหาโคเนื้อทั้งระบบ หวังเกษตรกรลืมตาอ้าปากได้

วันนี้ ( 13 พฤษภาคม 2568 ) เวลา 10.00 น. ที่ ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด ดร.ประจักษ์ บุญกาพิมพ์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วย นายสมภพ ลุนาบุตร ผู้ประสานงานเครือข่ายโคเนื้อทุ่งกุลา ได้นำสมาชิกเกษตรกรจากเครือข่ายกว่า 50 คน เข้ายื่นหนังสือข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย “THAI BEEF MODEL” ต่อนายชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อขอให้จังหวัดเป็นพื้นที่นำร่องในการยกระดับอาชีพเลี้ยงโคเนื้ออย่างเป็นระบบ

อนึ่งการยื่นข้อเสนอในครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกันในอีก 25 จังหวัดทั่วประเทศ โดยประสานงานร่วมกับ “เครือข่ายปศุสัตว์ไทย” ถือเป็นการเคลื่อนไหวระดับชาติครั้งสำคัญของกลุ่มเกษตรกร“จากคนขายวัว เป็นเจ้าของระบบเศรษฐกิจโคเนื้อ”ข้อเสนอ THAI BEEF MODEL ไม่ใช่แค่โครงการส่งเสริมการเลี้ยงวัวธรรมดา แต่คือแผนยุทธศาสตร์ระดับจังหวัด ที่มุ่งพลิกโฉมเกษตรกรจากผู้ผลิตรายย่อยที่ไม่มีอำนาจต่อรอง ไปสู่เจ้าของระบบเศรษฐกิจ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำอย่างแท้จริง โดยมี 5 เสาหลักดังนี้ 1.คอกแม่พันธุ์คุณภาพ – ส่งเสริมฟาร์มร่วมของเกษตรกร ใช้พันธุ์เนื้อแท้

เช่น Beefmaster, Wagyu พร้อมระบบประกันราคา 2.คอกกลางระดับจังหวัด – รวมลูกโคเข้าสู่ระบบขุนที่ควบคุมต้นทุนและคุณภาพได้ 3.โรงงานแปรรูป Boxed Beef – จัดตั้งโรงงานร่วมทุน ที่เกษตรกรถือหุ้น ไม่น้อยกว่า 51% เพื่อแปรรูปเนื้อคุณภาพส่งออก 4.ตลาดกลางเนื้อโค – สร้างตลาดที่โปร่งใส มีการประกันราคารับซื้อ และระบบ Traceability ตรวจสอบย้อนกลับได้ 5.ศูนย์บริหารโคเนื้อร้อยเอ็ด – หน่วยยุทธศาสตร์กลาง ทำหน้าที่วางแผน พัฒนามาตรฐาน และขับเคลื่อนข้อมูลตลาด

โดยมีเป้าหมายให้จังหวัดร้อยเอ็ดเป็นเมืองหลวงโคเนื้อแห่งภาคอีสาน
ข้อเสนอฉบับนี้มีเป้าหมายชัดเจนดังต่อไปนี้ 1.ยกระดับรายได้ของเกษตรกรในพื้นที่มากกว่า 5,000 ครัวเรือน 2.เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้จังหวัดร้อยเอ็ดอย่างยั่งยืน 3.ลดการนำเข้าเนื้อจากต่างประเทศ และสร้างศักยภาพในการส่งออก 4.ผลักดันให้ร้อยเอ็ดเป็นต้นแบบการผลิตเนื้อโคคุณภาพระดับโลกจากท้องทุ่งกุลา

ด้านดร.ประจักษ์ บุญกาพิมพ์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวไว้ว่า “นี่ไม่ใช่แค่การเลี้ยงวัวแบบใหม่ แต่คือการสร้างระบบเศรษฐกิจใหม่ ที่เกษตรกรร้อยเอ็ดเป็นเจ้าของตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำอย่างแท้จริง”
ข้อเสนอถึงผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ในหนังสือข้อเสนอ ได้ขอให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการเร่งด่วน ดังนี้ 1.แต่งตั้งคณะทำงานระดับจังหวัดเพื่อศึกษาและขับเคลื่อนโครงการ 2.สนับสนุนงบประมาณสำหรับคอกกลางต้นแบบและโรงงานแปรรูป 3.ประสานความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และสหกรณ์ 4.บรรจุ THAI BEEF MODEL ไว้ในแผนพัฒนาจังหวัด ปีงบประมาณ 2567–2570

ดร.ประจักษ์ กล่าวต่ออีกว่า หากจังหวัดร้อยเอ็ดเดินหน้าตามข้อเสนอฉบับนี้ได้สำเร็จ จะไม่เพียงเปลี่ยนชีวิตของเกษตรกร แต่ยังอาจจะกลายเป็นจังหวัดต้นแบบระดับประเทศ ที่สร้าง “อุตสาหกรรมโคเนื้อไทย” ที่เกษตรกรเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง“ทางรอดของเกษตรกรไม่ได้อยู่ที่การรอรัฐช่วย แต่หากคือการลุกขึ้นมากำหนดอนาคตด้วยมือของตัวเอง และเราพร้อมแล้ว” ดร.ประจักษ์กล่าวไว้ในที่สุด
ขอบคถณภาพ/ข่าวจากเครือข่ายโคเนื้อทุ่งกุลา
โกสิทธิ์/ร้อยเอ็ด(ห)
081-377-2689








Users Today : 1052
Users Yesterday : 2437
Views Today : 4850
Who's Online : 13